สเปรด (Spread) เป็นคำที่นักเทรดมือใหม่ในตลาด Forex ควรทำความเข้าใจให้ดี เพราะเป็นหนึ่งในต้นทุนสำคัญในการเทรด ซึ่งจะมีผลต่อกำไรและขาดทุนในการเทรดของเรา โดยในบทความนี้จะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับสเปรดในตลาด Forex อย่างละเอียด รวมถึงแนะนำสเปรดที่เหมาะสมสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นในการเทรด Forex

สเปรด (Spread) คืออะไร?

สเปรดคือส่วนต่างระหว่างราคาซื้อ (Bid) และราคาขาย (Ask) ของคู่เงินในตลาด Forex เมื่อคุณทำการซื้อขาย คุณจะเห็นว่าราคาขายที่โบรกเกอร์เสนอจะสูงกว่าราคาซื้อเสมอ ส่วนต่างนี้เรียกว่าสเปรด และเป็นสิ่งที่โบรกเกอร์ใช้เป็นค่าธรรมเนียมในการให้บริการ

ยกตัวอย่างเช่น หากคู่สกุลเงิน EUR/USD มีราคาซื้ออยู่ที่ 1.1000 และราคาขายอยู่ที่ 1.1003 สเปรดจะเป็น 0.0003 หรือ 3 pip (pip หมายถึงหน่วยที่ใช้ในการวัดการเคลื่อนไหวของราคาในตลาด Forex)

ประเภทของสเปรด

สเปรดสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ

  1. สเปรดคงที่ (Fixed Spread): เป็นสเปรดที่มีค่าคงที่ ไม่เปลี่ยนแปลงตามสภาวะตลาด โบรกเกอร์ที่ให้บริการสเปรดคงที่มักจะให้ความแน่นอนในเรื่องของต้นทุนการเทรด ทำให้นักเทรดสามารถวางแผนการเทรดได้ง่ายขึ้น

  2. สเปรดลอยตัว (Variable Spread): สเปรดชนิดนี้จะเปลี่ยนแปลงตามสภาวะตลาด เมื่อมีความผันผวนสูง สเปรดจะกว้างขึ้น แต่เมื่อความผันผวนลดลง สเปรดจะต่ำลง นักเทรดที่ใช้สเปรดลอยตัวมักจะต้องมีการติดตามตลาดอย่างใกล้ชิด

ทำไมสเปรดถึงมีความสำคัญ?

สเปรดมีความสำคัญเพราะมันเป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่คุณทำการเปิดตำแหน่งการซื้อขาย ยิ่งสเปรดกว้างเท่าไร ต้นทุนในการซื้อขายก็จะสูงขึ้น ดังนั้น การเลือกโบรกเกอร์ที่มีสเปรดต่ำจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสในการทำกำไร โดยเฉพาะสำหรับนักเทรดมือใหม่ การเริ่มต้นกับโบรกเกอร์ที่มีสเปรดต่ำถือเป็นสิ่งสำคัญ

ปัจจัยที่มีผลต่อสเปรด

  1. สภาพคล่องของตลาด: เมื่อคู่สกุลเงินมีการซื้อขายมาก เช่น EUR/USD หรือ USD/JPY สเปรดมักจะต่ำเนื่องจากมีสภาพคล่องสูง แต่สำหรับคู่สกุลเงินที่มีการซื้อขายน้อย เช่น EUR/TRY สเปรดจะกว้างขึ้นเนื่องจากมีสภาพคล่องต่ำ

  2. ช่วงเวลาของตลาด: ช่วงเวลาที่ตลาดมีการซื้อขายมาก เช่น เมื่อเปิดตลาดลอนดอนและนิวยอร์กพร้อมกัน ค่าสเปรดมักจะต่ำลง แต่เมื่อเวลาตลาดน้อยลงหรือเป็นช่วงเวลาที่ตลาดปิด ค่าสเปรดจะสูงขึ้น

  3. สภาวะตลาด: เมื่อเกิดความผันผวนสูง เช่น ในช่วงที่มีข่าวเศรษฐกิจสำคัญหรือวิกฤตการณ์ทางการเงิน ค่าสเปรดจะกว้างขึ้นตามไปด้วย

สเปรดที่เหมาะสำหรับมือใหม่

สำหรับนักเทรดมือใหม่ การเลือกโบรกเกอร์ที่มีสเปรดต่ำถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เนื่องจากการลดต้นทุนในการซื้อขายจะช่วยให้นักเทรดมีโอกาสทำกำไรได้ง่ายขึ้น และไม่ต้องเสียเงินไปกับค่าธรรมเนียมที่สูงเกินความจำเป็น โดยโบรกเกอร์ที่มีสเปรดต่ำและเป็นที่นิยมในหมู่นักเทรดทั่วโลก ได้แก่:

  1. IC Markets: เป็นหนึ่งในโบรกเกอร์ที่มีชื่อเสียงเรื่องค่าสเปรดต่ำมาก โดยเฉพาะสำหรับคู่เงินหลัก เช่น EUR/USD ที่มีค่าสเปรดเฉลี่ยเพียง 0.1 pip ซึ่งเหมาะสำหรับนักเทรดทุกระดับ โดยเฉพาะนักเทรดที่เน้นการเทรดระยะสั้น

  2. Exness: โบรกเกอร์ Exness ให้บริการค่าสเปรดที่ค่อนข้างต่ำ และมีระบบการเทรดที่โปร่งใส โบรกเกอร์นี้เหมาะสำหรับนักเทรดมือใหม่ที่ต้องการค่าสเปรดต่ำและการเทรดที่มั่นคง

  3. Pepperstone: โบรกเกอร์รายนี้ก็เป็นที่นิยมในหมู่นักเทรดด้วยค่าสเปรดที่เหมาะสม โดยเฉพาะในคู่เงินหลัก

ข้อควรระวังเกี่ยวกับสเปรด

สำหรับนักเทรดมือใหม่ การมองข้ามสเปรดอาจทำให้คุณเสียต้นทุนมากกว่าที่ควรจะเป็น การตรวจสอบค่าสเปรดก่อนการเปิดสถานะถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากสเปรดอาจลดทอนกำไรที่คุณจะได้รับ

ตัวอย่างเช่น หากคุณเทรดคู่ EUR/USD ที่มีค่าสเปรด 2 pip และทำกำไรได้ 5 pip กำไรที่แท้จริงของคุณจะเหลือเพียง 3 pip หลังหักค่าสเปรด นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมนักเทรดมือใหม่ควรเลือกโบรกเกอร์ที่มีสเปรดต่ำ

เคล็ดลับสำหรับมือใหม่ในการเลือกโบรกเกอร์ที่มีสเปรดต่ำ

  1. เลือกโบรกเกอร์ที่มีการระบุค่าสเปรดอย่างชัดเจนและโปร่งใส เพื่อให้นักเทรดสามารถวางแผนต้นทุนได้ล่วงหน้า

  2. ตรวจสอบค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมที่อาจเกิดขึ้น เช่น ค่าคอมมิชชั่นเพิ่มเติมที่บางโบรกเกอร์อาจเรียกเก็บ แม้ว่าจะมีค่าสเปรดต่ำ

  3. ควรทดลองเปิดบัญชีเดโมเพื่อทดลองเทรดกับโบรกเกอร์ที่คุณสนใจ เพื่อตรวจสอบว่าค่าสเปรดนั้นสอดคล้องกับการเทรดของคุณหรือไม่

สรุป

สเปรดเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่นักเทรดต้องให้ความสนใจ เนื่องจากมันเป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นทุกครั้งในการซื้อขาย การเลือกโบรกเกอร์ที่มีสเปรดต่ำ เช่น IC Markets, Exness และ Pepperstone จะช่วยให้มือใหม่สามารถลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสในการทำกำไรได้มากขึ้น การทำความเข้าใจเกี่ยวกับค่าสเปรดและวิธีการคำนวณต้นทุนจากสเปรดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่มือใหม่ไม่ควรมองข้าม